วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552
พื้นฐานของการศึกษา..สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ
พื้นฐานของการศึกษา..สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ1. ความรู้..กับพัฒนาการสู่..ปัญญาพัฒนาการขั้นที่ 1 ความรู้..เกิดจากการรับรู้..แล้วจะจดจำเป็น..ภาพนิ่งเช่น..เด็กเห็นเมล็ดข้าว..แล้วเราบอกเด็กว่า..นั่นคือ..ข้าว..เด็กจะจดจำเป็น..ภาพนิ่งพัฒนาการขั้นที่ 2 ความเข้าใจ..เกิดจากการปฏิบัติ..และจดจำเป็น..ภาพเคลื่อนไหวเช่น..การหุงข้าว..ต้องใส่น้ำ..และตั้งไฟ..จนเกิดการเปลี่ยนแปลง..ของเมล็ดข้าว พูดได้ว่า..ความเข้าใจ..เกิดจากการปฎิบัติ..หรือ..การฝึกฝนตนเองพัฒนาการขั้นที่ 3 ความชำนาญ(วสี)..เกิดจาก..ประสบการณ์ เช่น..การหุงข้าวที่ต่างชนิดกัน..การใช้น้ำ..ใช้ไฟ..ใช้เวลาที่ต่างกันการได้ปฎิบัติหลาย ๆ ครั้ง..จะทำให้เกิดความชำนาญ(วสี)พัฒนาการขั้นที่ 4 ความเป็นครู(สัพพัญญู)..เกิดจากการใช้ความรู้ในการแก้ไขปัญหาเช่น..ปัญหาการหุงข้าวใหม่..กับการหุงข้าวเก่านั้น..มีความต้องการใช้น้ำที่ต่างกันจะทำให้สามารถ..แยกแยะรายละเอียด..ในภาพนิ่ง..และ..การเรียงขั้นตอน..ในภาพเคลื่อนไหวพัฒนาการขั้นที่ 5 ปัญญา..เป็นพัฒนาการ..ที่ไม่ขึ้นกับกาลเวลา (อกาลิโก)ถ่ายทอดผ่านกาลเวลา..จากคนรุ่นหนึ่ง..ไปยังอีกรุ่นต่อ ๆ ไปได้..หลายร้อยหลายพันปีเช่น..ปรัชญา..สุภาษิต..นิทาน..เพลงพื้นบ้าน..ประเพณี..และวัฒนธรรม2. บรรทัดฐาน..ของการศึกษาชาวตะวันตก..มักจะชอบพูดคำว่า..Every Coin Has 2 Sides.หรือ..เหรียญทุกเหรียญนั้น..มี 2 ด้าน..ซึ่งหมายถึงว่า..ให้มองทั้งข้อดี..และข้อเสียนั่นเองซึ่งถ้าเราศึกษาตำรา..ภาษาอังกฤษ..เราจะพบว่า..ในการวิเคราะห์เรื่องใด ๆ ก็ตามชาวตะวันตก..จะใช้ตารางข้อดี..ข้อเสีย..ในการอธิบาย..อยู่เสมอในพระไตรปิฏก..พระพุทธเจ้า..จะใช้คำ ๆ หนึ่งในการตอบคำถาม..อยู่เสมอ..นั่นคือสรรพสิ่งนั้น..มีคุณอนันต์..และมีโทษมหันต์..นั่นมีความหมายว่า..ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น..มีทั้งคุณและโทษเช่น..เมื่อเรารู้คุณและโทษ..ของไฟแล้ว..เราก็จะระมัดระวัง..ในการเผาขยะ..หรือหญ้าแห้งเพราะอาจเกิดการไหม้ลุกลาม..เป็นไฟไหม้บ้าน..ไฟลามทุ่ง..ไฟไหม้ป่าได้นั่นหมายความว่า..การมองเห็นคุณและโทษนั้น..จะทำให้เกิดความละอายต่อบาปและความละอายต่อบาป..จะทำให้เกิด..ศีล..นั่นคือ..จุดเริ่มต้นของการศึกษาธรรมตารางข้อดี..ข้ดเสีย..คือจุดเริ่มต้นของการฝึกฝน..การคิด..และการพิจารณาเพราะฉะนั้น..บรรทัดฐาน..ของการศึกษานั้น..ก็คือ..ตารางข้อดี..ข้อเสีย..นั่นเอง3. จินตนาการ..และพัฒนาการของจินตนาการImagination Is More Important Than Knowledge.ความสามารถในการมองเห็น..ขณะที่เราเปิดตานั้น..มีพัฒนาการอยู่ที่..การสังเกตุในรายละเอียดแต่จินตนาการนั้น..จะเกิดขึ้นเมื่อเราหลับตาลง..ความสำคัญอยู่ที่พัฒนาการ..ของจินตนาการพัฒนาการของจินตนาการ..จะทำให้เกิด..ความสามารถในการมองเห็น(Self Touch Learning)พัฒนาการของความสามารถในการมองเห็น(Self Touch Learning)..จะมีพัฒนาการไปสู่..ญานทัศนะ3.1 พัฒนาการของจินตนาการ..ทางด้านคณิตศาสตร์การฝึกฝน..การพัฒนาการของจินตนาการ..ทางด้านคณิตศาสตร์ในเด็กนั้นสามารถทำได้..ด้วยการให้เด็กยืน..หรือนั่งตัวตรง..คอตั้งตรง..ซึ่งนั่นคือ..ภาวะที่สมองฉลาดที่สุดแล้วหลับตาลง..ฝึกนับเลขช้า ๆ จาก 1 ถึง 10..ซึ่งการนับเลข..ทีละหนึ่งก็คือ..การบวกเลข..ทีละหนึ่งนั่นเองและฝึกนับเลขถอยหลัง..ขณะหลับตา..จาก 10 ถึง 1 ซึ่งการนับถอยหลัง..ก็คือ..การลบเลข..ทีละหนึ่งนั่นเองแล้วพัฒนาเป็น..การนับโดยการบวก..ทีละ 2 นับถึง 20..แล้วนับถอยหลัง..โดยการลบ..ทีละ 2เมื่อฝึกฝนจนชำนาญแล้ว..ก็นับโดยเพิ่มตัวเลข..ตามอัตราส่วนไปเรื่อย ๆ..เด็กก็จะเกิด..จินตนาการทางคณิตศาสตร์3.2 พัฒนาการของจินตนาการ..ทางด้านภาษาในยุคโบราณนั้น..มนุษย์เราก็จะบันทึกสิ่งที่เห็น..ด้วยการเขียนเป็นภาพจากนั้นการเขียนเป็นภาพ..ก็พัฒนาโดยย่อลงมา..เป็นการเขียนเป็นสัญญลักษณ์จากการเขียนเป็นสัญญลักษณ์..ก็พัฒนามาเป็น..ตัวอักษรแล้วเราถึงเอาตัวอักษร..มารวมกันเป็น..คำศัพท์ความสัมพันธ์ระหว่างภาพ..สัญญลักษณ์..ตัวอักษร..และคำศัพท์..ก็คือ..จินตนาการทางภาษา..นั่นเองหลังจากมีความสามารถ..ในการอ่านออกเขียนได้แล้วจินตนาการทางภาษา..จะพัฒนาเป็นการเขียนเรื่องราว..บทความ..นวนิยายและในขั้นสูงของการพัฒนาการนั้น..คือการเขียนบทกลอน..บทเพลง..สุภาษิต..และปรัชญา3.3 พัฒนาการของจินตนาการ..ทางด้านวิศวกรรมเด็กทุกคน..จะมีนิสัยชอบการวาดภาพเสมอ..นั่นคือ..จุดเริ่มต้นของจินตนาการในเด็กการวาดภาพที่มีอัตราส่วน..การย่อหรือการขยายขนาดของภาพ..ก็จะเป็นพิ้นฐานความรู้เรื่องแผนที่ (Map)การวาดภาพสิ่งของ..เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน..ก็จะเป็นความรู้พิ้นฐาน..ของการออกแบบผลิตภัณฑ์..ทางการค้าจากการวาดภาพ..สามารถพัฒนาไปสู่..จินตนาการด้านวิศวกรรมได้..ด้วยความรู้เรื่องดินเหนียวดินเหนียว..คือจุดเริ่มต้นของงานปั้น..พัฒนาการของดินเหนียว..นำไปสู่ผลิตภัณฑ์เซรามิคการศึกษาเรื่องของดินเหนียวชนิดต่าง ๆ..การพัฒนาคุณภาพ..การหาส่วนผสมที่เหมาะสมเป็นความรู้พื้นฐานทางด้านวิศวกรรม..และเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดด้าน..สถาปัตยากรรมเพราะความสามารถในการผลิตอิฐ..ที่มีคุณภาพเพียงก้อนเดียวนั้น..เป็นจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างนำไปสู่งานด้านวิศวกรรม..และงานด้านสถาปัตยากรรม เช่นการสร้างบ้าน..และอาคารสำนักงานการฝึกฝนจินตนาการในเด็กนั้น..สามารถทำได้ด้วยการ..ฝีกการสร้างแบบจำลอง (Model)ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้..เรื่องของวัสดุ..เรื่องของการออกแบบ..และเกิดจินตนาการทางด้านวิศวกรรม3.4..พัฒนาการของจินตนาการ..ทางด้านศิลปะกรรมการวาดภาพ..เป็นพื้นฐานของงานปั้น..งานประดิษฐ์ทางด้านศิลปะกรรมจากดิน..ปูนปั้น..จากไม้..และโลหะการศึกษาหาความรู้เรื่องของเส้นใยชนิดต่าง ๆ..และการใช้ประโยชน์จากเส้นใย..เช่นกระดาษ..และผ้าจะทำให้สามารถสร้างงานประดิษฐ์ได้มากมาย..รวมทั้งการฝึกคิด..ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆการฝึกฝนจินตนาการในเด็กนั้น..สามารถทำได้ด้วยการ..ฝีกการสร้างแบบจำลอง (Model)ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้..เรื่องของวัสดุ..เรื่องของการออกแบบ..และเกิดจินตนาการทางด้านศิลปะกรรม4. ธรรมชาติ..ของสมองมนุษย์4.1 แต่ละวันที่มีการเปลี่ยนแปลง..ระหว่างกลางวันและกลางคืนนั้นจะทำให้ภาวะของสมองเราเปลี่ยนแปลงเป็น 1 รอบ..หรือเป็น 1 วัฎจักรขณะที่เรานอนหลับนั้น..ร่างกายจะปลดปล่อยความเครียดออกมา..ทำให้เราตื่นเช้าด้วยความสดชื่นนั่นคือ..ภาวะที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด..ในการรับรู้ของสมอง (Input)..มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ประสิทธิภาพของสมองจะลดลงเรื่อย ๆ..จนถึงเที่ยง..ภาวะของสมองจะเปลียนเป็น..การแสดงออก(Output)เมื่อตกถึงเย็น..สมองต้องการภาวะของการผ่อนคลาย..ก่อนที่จะง่วงและเข้านอน..เพื่อการพักผ่อนการทำความเข้าใจภาวะของสมองของเด็กนั้น..จะทำให้เราจัดหลักสูตรการศึกษา..เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนั่นคือ..ช่วงเช้าควรเป็นการเรียนภาคทฤษฏี..หรือการรับรู้ (Input) ของเด็ก..ตามภาวะของสมองช่วงบ่าย..ควรเป็นการเรียนภาคปฎิบัติ..หรือการเรียนรู้ผ่านละเล่นพื้นบ้านของเด็ก..และการกีฬา4.2 ภาวะที่สมองฉลาดที่สุด..คือกระดูกสันหลังตั้งตรง..คอตั้งตรงนั่นคือ..ภาวะของการมีสมาธิ..การทำความเข้าใจเรื่องนี้..จะทำให้เรารู้ว่าการฝึกฝนทางร่างกายของเด็ก..โดยผ่านการเล่นกีฬานั้น..ควรทำอย่าไรและทำให้เราสังเกตุ..สมาธิของเด็กได้..โดยดูจากลักษณะของคอ4.3 นาฬิกาในสมอง..เครื่องบ่งชี้..การมีสมองที่ชาญฉลาดคนที่ฉลาดนั้น..จะมีความสามารถคิดเป็นภาพได้..คนที่ฉลาดมาก ๆ..จะคิดเป็นภาพเคลื่อนไหวได้นั่นเป็นเพราะ..จินตนาการที่เป็นภาพเคลื่อนไหว..เกิดจากการขับเคลื่อน..ของนาฬิกาในสมองการมีความเข้าใจ..เรื่องของนาฬิกาในสมองของเด็ก..จะทำให้เรามีวิธีการสอนเด็ก..และการฝึกเด็กที่เหมาะสมความรู้พื้นฐาน..เป็นรากฐานของการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน..และการฝึกฝนเด็ก..ในระดับพื้นฐานการจัดการการศึกษา..ต้องเข้าใจโครงสร้างและความสมดุลย์เมื่อครั้งอดีตหลายพันปีก่อน..ที่บรรพบชนของเรา..ได้ประดิษฐ์อักษรภาษาไท (Tai)..ขึ้นมานั้นการสืบทอดความรู้..ผ่านมาหลายร้อยหลายพันปีได้..โดยกลุ่มผู้ศึกษา..และปฎิบัติธรรมประวัติศาสตร์..สอนให้เรารู้ว่า..กลุ่มผู้ปฎิบัติธรรมนั้น..คือผู้ขับเคลื่อน..และสืบทอดการศึกษาปัญหาการจัดการ..การศึกษาในชนบทนั้น..สามารถแก้ไขได้..โดยอาศัยกลุ่มผู้ปฎิบัติธรรมเป็นแกนหลักธรรมชาติของคนไทย..เมื่อมีอายุมากขึ้น..ก็มักจะหันหน้าเข้าวัด..และสนใจปฎิบัติธรรมการให้เกียรติและจัดตั้ง..สภาผู้อาวุโสระดับหมู่บ้าน..ระดับตำบล..อำเภอ..และระดับจังหวัดมีการอบรมสัมนา..และมีฐานข้อมูลจากการศึกษาวิจัยรองรับ..ก็จะสามารถขับเคลื่อนการศึกษาขั้นพื้นฐานในชนบทได้..เพราะมีประสบการณ์..สามารถพัฒนาตนเป็นปราชญ์ชาวบ้านได้ตามโครงสร้าง..Input..Control..Output..นั้นภาคเอกชน........= Input..ของระบบรัฐบาลและสภา...= Control..ของระบบ ภาคราชการ.......= Output..ของระบบด้านการศึกษานั้น..ภาคเอกชน..ควรเป็นผู้ขับเคลื่อนการศึกษา..ระดับพื้นฐานโดยผ่านทางกลุ่มผู้ปฎิบัติธรรม..และสภาผู้อาวุโสของหมู่บ้าน..ซึ่งมีศักยภาพอยู่แล้วการปฎิรูปการศึกษา..การจัดหลักสูตรการศึกษา..การจัดการการศึกษาซึ่งเป็นนโยบายของพรรคการเมือง..ควรอยู่บนฐานข้อมูลที่มี..ความเป็นจริง1. พัฒนาสภาพร่างกายของเด็ก..ให้มีความพร้อมในการศึกษา (กระดูกสันหลังตั้งตรง, คอตั้งตรง)2. หลักสูตรการศึกษา..ต้องอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาสมอง..และจินตนาการของเด็ก3. หลักสูตรการศึกษา..ต้องอยู่บนพื้นฐานของความรู้ปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิต4. การจัดการศึกษา..ต้องขับเคลื่อนโดยกลุ่มผู้ปฎิบัติธรรม..และสภาผู้อาวุโสของหมู่บ้าน (ภาคเอกชน)
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น